Article: ศูนย์รวมบทความ สาระน่ารู้ ข่าวสาร เกี่ยวกับการเกษตร และเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ
SIDEBAR
MENU
การปลูกมะเขือพวง
May 15, 2018 Admin Leave a comment

FacTwGoWorFlipKaLinMyDigYuTuCarViaXINWykBloyayaSh

การปลูกมะเขือพวง พืชเสริมสุขภาพ ที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย ทนโรค ทนร้อน ให้ผลผลิตได้ 3 ถึง 4 ปี และเป็นหนึ่งในพืชผักสำหรับคนรักสุขภาพนะคะ เพราะไม่ใช่แค่ประโยชน์และสรรพคุณที่มีอยู่ในมะเขือพวงเท่านั้นที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ การปลูกมะเขือพวง ยังมีขั้นตอนการดูแลที่ปลอดสารพิษ เนื่องจากความทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืชของมะเขือพวง ซึ่งดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคมากๆ และยังดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกมะเขือพวง ที่ไม่ต้องสะสมสารพิษจากการใช้ยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีต่างๆ ให้เกิดโทษต่อร่างกายอีกด้วย สำหรับการปลูกไว้รับประทานในครัวเรือนนั้น ขอบอกเลยค่ะว่า ปลูกมะเขือพวงเพียงต้นเดียวก็รับประทานกันไม่ไหวแล้ว และถ้าปลูกไว้จำหน่าย ก็คุ้มทุน เพราะลงทุนนิดเดียวในครั้งแรก แต่ได้ผลกำไรหลายปี ลองดูศึกษาวิธีปลูกดูก่อนนะคะ แล้วค่อยทดลองปลูกกัน
ปัจจัยที่ควรคำนึงถึงก่อนปลูกมะเขือพวง
สายพันธุ์
เลือกง่ายๆ ค่ะ
มีหนามไร้หนาม
สภาพดิน
มีความอุดมสมบูรณ์ระบายน้ำได้ดี เพราะมะเขือพวงไม่ชอบน้ำท่วมขังไม่มีสารพิษเจือปน หรืออยู่ใกล้แหล่งสารพิษดินไม่เคยเกิดโรคมาก่อน
สภาพพื้นที่
น้ำไม่ท่วมขัง
การขยายพันธุ์มะเขือพวง
ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
การเพาะในกระถางหรือภาชนะ เตรียมเครื่องปลูก ย่อยดินให้ร่วนละเอียด เพราะเมล็ดมะเขือพวงมีขนาดเล็กมาก ถ้าเครื่องปลูกไม่ละเอียดพอ เมล็ดจะลอดรูดินได้ จากนั้น หยอดเมล็ดลงในภาชนะ กลบด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก
การเพาะในแปลงเพาะกล้า
ไถดินลึกประมาณ 10 ถึง 15 เซนติเมตร ตากแดดทิ้งไว้ 5 ถึง 7 วันใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก คลุกให้เข้ากันกับดินยกแปลง เพื่อเตรียมเพาะกล้าคลุกเมล็ด 1 ส่วน กับทรายหยาบ 3 ส่วน เพื่อช่วยให้การหว่านเมล็ดตกกระจายได้ดีขึ้นหว่านเมล็ดให้ทั่วแปลงเพาะ หรือโรยเป็นแถวกลบเมล็ดด้วยปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก หนาประมาณ 1 เซนติเมตรรดน้ำด้วยหัวฉีดฝอยละเอียด หรือบัวรดน้ำตาถี่ คลุมด้วยฟางข้าวหรือหญ้าแห้งถ้าเพาะเมล็ดในกระถางหรือภาชนะ หลังรดน้ำ ให้ห่อภาชนะที่ใช้เพาะเมล็ดด้วยถุงพลาสติก ห่อให้พองลมเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของหน้าดินให้คงที่ตลอดเวลา ประมาณ 10 ถึง 15 วัน เมล็ดจะงอกจึงค่อยแกะถุงออก
ขยายพันธุ์โดยการตัดชำราก
ตัดรากมาชำ ให้เกิดต้นใหม่ขึ้นจากราก เมื่อมีต้นกล้าขึ้นมาหลายต้น และต้นกล้าอายุประมาณ 20 ถึง 30 วัน ให้ใช้กรรไกรที่คม ตัดต้นเล็กออก เหลือเพียง 1 ต้น ต่อหลุมเมื่อต้นกล้าอายุได้ 45 วัน ให้ย้ายไปปลูกลงในแปลงปลูก
การเตรียมดิน
การเตรียมดินสำหรับแปลงปลูกนั้น ควรไถดินลึกประมาณ 25 ถึง 30 เซนติเมตรตากดินไว้ 7 ถึง 10 วัน ย่อยดินให้ละเอียดร่วนซุย แล้วทำการยกแปลง
การปลูกต้นกล้า
ต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด ควรมีอายุประมาณ 30 วัน
ต้นกล้าที่ได้จากการชำราก ควรมีอายุประมาณ 45 วัน
นำต้นกล้าออกจากภาชนะเพาะ หรือแปลงเพาะ โดยรดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ดึงต้นกล้าขึ้นจากภาชนะเบาๆ นำไปปลูกในแปลงทั้งที่มีดินติดมาเว้นระยะห่างระหว่างต้น 2 ถึง 3 เมตร ระยะห่างระหว่างแถว 3 ถึง 4 เมตรรดน้ำให้ชุ่ม
การดูแลหลังการปลูก
การให้น้ำ
ในระยะแรก รดทุกวันๆ ละ 1 ครั้ง ช่วงเช้า แต่สามารถเว้นระยะในฤดูฝนได้เมื่อต้นโตเต็มที่ และคอยสังเกตการระบายน้ำ อย่าให้น้ำท่วมขังโคนต้น
การให้ปุ๋ย
ให้ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก ครั้งที่สอง หลังการปลูกต้นกล้าประมาณ 15 วัน ถ้าใช้ปุ๋ยคอกมูลสัตว์ ควรเลือกชนิดที่มีธาตุโพแทสเซียมสูงกว่า ธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัสให้ปุ๋ยทุกๆ 20 ถึง 30 วันในครั้งต่อไป
การกำจัดวัชพืช
หมั่นกำจัดวัชพืช เมื่อพบเห็นการเจริญเติบโตของวัชพืชในทันที
การพรวนดิน
สามารถพรวนดินไปพร้อมกับการกำจัดวัชพืชได้
การตัดแต่งกิ่ง-ทำสาวมะเขือพวง
การตัดแต่งกิ่งต้นมะเขือพวง อาจทำได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
การทอนกิ่ง เป็นการตัดกิ่งให้แตกยอดใหม่ โดยตัดให้เหลือตอกิ่งไว้ และควรตัดลงมาถึงตาที่อยู่ในทิศทางที่ต้องการ การตัดควรตัดชิดกับตาเป็นปากฉลาม ให้รอยแผลหันออกจากตาการตัดกิ่งทิ้งทั้งกิ่ง คือ ตัดไม่ให้เหลือตอกิ่ง ตัดกิ่งที่ไม่ต้องการทิ้ง เช่น กิ่งที่หันเข้าพุ่ม หรือหันออกจากทิศทางที่ต้องการ หรือกิ่งที่เป็นโรคตลอดจนกิ่งแห้ง เป็นต้น การตัดแบบนี้จะตัดชิดกับต้นหรือกิ่งใหญ่ ให้ผิวรอยแผลเรียบ
***เด็ดใบที่เหลืองและเหี่ยวออกด้วย***
การป้องกันและแก้ไข โรคและแมลงศัตรูมะเขือพวง
มะเขือพวงเป็นพืชที่ไม่ค่อยมีโรคและแมลงมารบกวน แต่หากต้องการป้องกันไว้ ติดตามได้ในบทความ โรคมะเขือ และบทความ แมลงศัตรูมะเขือ
การปลูกมะเขือพวงไร้หนาม พันธุ์แม่โจ้นิรมิต1
ลักษณะทั่วไป
ไม่มีหนามให้ผลดก และติดผลเร็วมีรสชาติดีมีลำต้นแข็งแรง และต้านทานโรคทางดินดีมีกิ่งแขนงมาก และมีทรงพุ่มกว้างอายุต้นกล้าประมาณ 1 เดือนอายุการเก็บเกี่ยว 80 ถึง 90 วัน หลังจากย้ายปลูก
การเตรียมดินสำหรับปลูก
ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด
ไถตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7 ถึง 10 วันยกแปลงกว้างประมาณ 1.20 เมตรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 1 ถึง 2 ตัน ต่อไร่
การเพาะกล้า
นำเมล็ดพันธุ์แช่น้ำให้เปียกแล้วนำมาห่อไว้ในถุงผ้าที่ชื้นไว้ประมาณ 1 ถึง 2 วัน หรืออาจจะแช่น้ำอุ่นประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส (อุ่นพอที่สามารถแช่มือลงไปได้) นานประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นการเร่งการงอกได้ดีขึ้นและฆ่าเชื้อโรคที่ปะปนมานำไปเพาะในแปลงเพาะหรือถาดเพาะ
การเตรียมวัสดุเพาะ
ผสมดินเพาะกล้า+แกลบเผา+แกลบดิบ+ดิน+ขุยมะพร้าว อย่างละ 1 ส่วน ให้เข้ากันนำดินที่ผสมแล้วใส่ในหลุมให้เสมอปากหลุมหยอดเมล็ดพันธุ์ หลุมละ 1 ถึง 2 เมล็ดรดน้ำพอชุ่ม คลุมด้วยฟางข้าวหลังการเพาะเมล็ด ไม่ควรปล่อยให้ขาดน้ำ ควรรดน้ำทุกวันๆ ละ 1 ครั้งในตอนเช้า เมื่อต้นกล้ามีอายุครบ 30 วัน นำไปปลูกในแปลงปลูกได้
การปลูก
ปลูกโดยใช้ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 1.50 เมตร ระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 2 เมตรขุดหลุมปลูก กว้าง 1 ฟุต ยาว 1 ฟุต ลึก ½ ฟุต เพื่อให้รากเดินสะดวก โดยเฉพาะการปลูกในดินเหนียวใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมชั้นที่ 1 ประมาณ 100 กรัม ต่อหลุม โรยดินทับชั้นที่ 1แล้วใส่ปุ๋ยคอกอีก 50 กรัม เป็นชั้นที่ 2 แล้วโรยดินทับชั้นที่ 2นำต้นกล้ามะเขือพวงไร้หนามที่แข็งแรงแล้วมาปลูกในหลุม กลบดิน และรดน้ำทันที
การดูแลมะเขือพวงไร้หนามหลังการปลูก
การให้น้ำ
ในช่วงแรกรดน้ำทุกวันๆ ละ 1 ครั้งในตอนเช้าเมื่อต้นมะเขือพวงโตเต็มที่ สามารถเว้นระยะการให้น้ำได้ โดยสังเกตสภาพดินและอากาศ อย่าปล่อยให้ดินโคนต้นแห้งเกินไป
การให้ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ย หลังปลูกประมาณ 2 สัปดาห์ โดยใช้ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก แล้วรดน้ำหลังจากนั้น ใส่ปุ๋ยทุก 20 ถึง 30 วัน
การกำจัดวัชพืชและพรวนดิน
หมั่นทำเป็นประจำ
การเก็บเกี่ยว
สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 80 ถึง 90 วัน หลังย้ายปลูก และทยอยเก็บเกี่ยวได้เรื่อยๆเมื่อต้นมีอายุมากขึ้นเริ่มทรุดโทรม สามารถทำการตัดแต่งกิ่งเพื่อให้มีการแต่งกิ่งใหม่และให้ผลผลิตใหม่ได้อีก
ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ
(แหล่งข้อมูล : www.knowledge.kasetbay.com, หนังสือ แนวทาง…และแบบอย่างการเพาะปลูกสารพัดมะเขือทำเงิน)
Comments
0 comments
tagged with การปลูกมะเขือพวง, ปลูกมะเขือพวง, มะเขือพวงบทความ
LEAVE A REPLY
Your email address will not be published.Required fields are marked *
Comment
Name *
Email *
Website
Powered by WordPress and Dynamic News.
Focus Retriever
Shares




No comments:
Post a Comment